สาเหตุที่ส่งผลให้คอมพิวเตอร์เกิดปัญหา

1. เกิดจากสภาพแวดล้อม

ความร้อน ความร้อนที่เกิดขึ้นภายในคอมพิวเตอร์เกิดจากการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แต่ละชิ้น ซึ่งความร้อนนี้หากสูงเกินขอบเขตที่ฮาร์ดแวร์ทนได้ ก็จะทำให้เกิดการเสื่อมของชิ้นส่วนอุปกรณ์นั้น ดังนั้นจึงต้องมีวิธีที่ใช้ในการระบายความร้อนออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ อาจกระทำได้โดยการเพิ่มพัดลมระบายความร้อน เลือกใช้เคสที่มีขนาดใหญ่พอสมควร

ความชื้น เป็นตัวการทำให้คอมพิวเตอร์เสื่อมสภาพเร็วและอาจทำให้อุปปกรณ์ภายในเป็นสนิมขึ้น สนิม คือออกไซด์ของเหล็กที่ทำปฏิกิริยากับอากาศและความชื้น ทำให้เนื้อเหล็กเปลี่ยนสีส้มและกร่อนขึ้น โดยเฉพาะตัวเคสที่เป็นเหล็ก นอตยึดเคสและเมนบอร์ด ฮาร์ดดิสก์ ที่ร้ายแรงอาจเกิดสนิมที่ ตัวเก็บประจุแบบกระบอกและขาของตัวต้านทานภายในแผงวงจร

ฝุ่นละออง เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ เสียหายได้เร็วขึ้น เนื่องจากฝุ่นละอองจะเข้าไปขัดขวางทางเดินของกระแสไฟฟ้าบนแผงวงจร ทำให้ชิ้นส่วนอุปกรณ์ชิ้นนั้นทำงานได้ไม่เต็มที่หรือทำงานติดขัด นอกจากนี้ ฝุ่นละอองยังเป็นตัวปิดกั้นไม่ให้ความร้อนระบายออกไปได้

น้ำหรือของเหลว เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้ชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ เกิดการลัดวงจรเสียหายได้ เนื่อง จากชิ้นส่วนอุปกรณ์ทุกชิ้นในเครื่องคอมพิวเตอร์ต้องใช้กระแสไฟฟ้าในการทำงาน และน้ำก็เป็นตัวการที่ทำให้กระแส ไฟฟ้าลัดวงจร ดังนั้นจึงไม่ควรนำน้ำหรือของเหลวใด ๆ เข้าใกล้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์

สนามแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจจะไปรบกวนการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ และยังส่งผลทำให้คอมพิวเตอร์ที่ถูกรบกวนอาจเกิดการเสียหายของข้อมูลได้ เช่น ลำโพงจากชุดมัลติมีเดีย ที่ไม่มีชุดป้องกันสนามแม่เหล็กไม่ให้แผ่กระจายออกไป สามารถทำอันตรายจอภาพแสดงผลได้ เนื่องจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ออกมาจากลำโพงจะไปรบกวนสัญญาณของหลอดภาพที่อยู่ภายในตัวจอภาพ ทำให้การแสดงภาพและสีผิด เพี้ยนไป และเมื่อใช้งานไปนาน ๆ ทำให้จอภาพที่ถูกรบกวนด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ไม่สามารถแสดงผลได้ครบทุกสี หรือจอภาพอาจจะเสียไปเลยก็ได้ หรือสนามแม่เหล็กจะรบกวนการทำงานของอิเล็กทรอนิกส์บางตัวในเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างเช่น ฮาร์ดดิสก์ ฟล็อปปี้ดิสก์ ไม่ควรวางอยู่ใกล้กับสนามแม่เหล็กเด็ดขาด เพราะข้อมูลอาจจะถูกทำลายจนเสียหายใช้การไม่ได้

ระบบไฟฟ้า เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เกิดการเสียหายได้เสมอ เช่น ไฟฟ้าดับบ่อย ไฟกระชาก ไฟตก ไฟเกิน หรือเกิดฟ้าผ่าในช่วงฤดูฝน มีผลเสียต่ออุปกรณ์ภายในโดยเฉพาะ ฮาร์ดดิสก์ เพราะหัวอ่านจะกระแทกหรือแกว่งตามกระแสไฟทำให้จานแม่เหล็ก (เพลต) หรือบริเวณจัดเก็บข้อมูลในฮาร์ดดิสก์อาจเสียหายตามมาได้

2.  เกิดจากระบบเครื่องคอมพิวเตอร์

ด้านตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ (Hardware)

– ชิ้นส่วนอุปกรณ์หรือขบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน

– ขั้วต่อสายไฟหรือปลั๊กเสียบสายหลุดหรือไม่แน่น หรือสายไฟชำรุด

– การต่อสายไฟ สายส่งข้อมูลต่าง ๆ หลวมหรือต่อไว้ไม่แน่นดีพอ

– การเสียบแรม ขั้วต่อสายหรือการ์ดต่าง ๆ หลวมหรือไม่แน่น แรมหรือการ์ดต่าง ๆ เริ่มมี ปัญหาหรือใกล้จะเสีย

– หน้าสัมผัสของหน่วยแสดงภาพ (Graphic Card) หรือการ์ดต่าง ๆ ไม่แน่นหรือเสีย

– แผงวงจรหลัก (Main Board) ภายในเครื่องอาจเสื่อมสภาพจากการใช้งาน หรือมีสิ่งสกปกที่เกิดจากฝุ่นเกาะจับจุดสัมผัสของอุปกรณ์ทำให้อุปกรณ์เกิดการลัดวงจร (Short Circuit) หรือความร้อนขึ้นสูงเกินกว่าอุปกรณ์นั้นจะทนทานได้ ถ้าฝุ่นเกาะพัดลม ทำให้หมุนช้าลงแถมฮีทซิงค์ร้อนขึ้นกว่าเดิมด้วย

– ฮาร์ดดิสก์ เริ่มมีปัญหา เสื่อมสภาพหรือใกล้จะเสีย

– ถ่านแบตเตอรี่บน Main Board เสื่อมสภาพลงหรือหมดอายุการใช้งานแล้ว

– ตัวชุดจ่ายไฟ (Power Supply) อาจเสื่อมสภาพหรือเสีย

– ความร้อนที่เกิดจากพัดลมระบายความร้อนของซีพียู พัดลมระบายความร้อนภายในเครื่องอาจเสื่อมสภาพลงหรือเสีย

ด้านโปรแกรม (Software)

– ตัวระบบปฏิบัติการ Windows, Linux, Mac OS เอง เป็นผลเนื่องจากระบบปฏิบัติการยังมีปัญหาต่างๆ จึงจำเป็นต้องทำการ Update อยู่เสมอและต้องมีการปรับปรุงแก้ไขอยู่เรื่อย ๆ

– ปัญหาที่เกิดจากโปรแกรม Driver เสียหายหรือไม่ถูกต้อง

– การติดตั้งโปรแกรมและเกมส์ที่ Download จาก Internet อาจทำให้มีไวรัส หรือมัลแวร์ แฝงอยู่ในโปรแกรมเหล่านั้น

– การลงโปรแกรมที่ยังไม่สมบูรณ์ หรือมีปัญหากับซอฟต์แวร์บางตัว

– ไฟล์เสียหายที่เกิดจากไวรัสเข้ามาทำลายและโปรแกรมไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ เช่น มัลแวร์ (Malware) มีมากมาย อาทิ ไวรัส (Viruses) เวิร์ม (Worms) ม้าโทรจัน (Trojan Horses) Logic bombs และประตูหลัง (Back doors)

ด้านผู้ใช้งาน (User)

– การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ถูกวิธี

– การปิดเครื่อง ถ้าเครื่องกำลังอ่านหรือทำการบันทึกข้อมูลอยู่ไม่ควรกดปุ่ม Power off หรือปุ่ม Reset จนกว่าเครื่องจะอ่านหรือทำการบันทึกข้อมูลจนเสร็จ

– การลบไฟล์หรือการย้ายไฟล์ผิด

– การถอดถอนโปรแกรม (Uninstall) ออกจากเครื่องที่ไม่ได้ใช้การ Remove ของโปรแกรม Windows หรือ Uninstall ของโปรแกรมนั้น ๆ เอง

– การติดตั้งโปรแกรมเกินความจำเป็น

– การขาดการใช้วิจารณญาณในการ Download ไฟล์ต่าง ๆ จากอินเทอร์เน็ตมาเก็บไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทำให้เป็นขยะและเป็นที่ชุมนุมของเหล่าไวรัสต่าง ๆ

ก่อนที่จะเกิดปัญหาได้มีการทำอะไรบ้าง เช่น ลงโปรแกรมเพิ่มหรือเพิ่มการ์ดในเครื่อง นั่นอาจเป็นสาเหตุหลักก็ได้

– การขาดการดูแลรักษาเครื่อง

ควรทำ Scan Disk เพื่อตรวจหาข้อผิดพลาด อย่างน้อยเดือนละครั้ง

ควรทำ Disk Clean Up เพื่อลบไฟล์ที่ไม่ต้องการ อย่างน้อยเดือนละครั้ง

ควรทำ Disk Defragment  เพื่อจัดเรียงข้อมูลให้ต่อเนื่องกัน อย่างน้อย 3  เดือนต่อครั้ง

ควรทำ Create a Restore point  ก่อนที่จะมีการติดตั้งหรือถอดถอนโปรแกรม ถ้าเกิดมีปัญหาสามารถเรียกย้อนคืนกลับมาได้

– การขาดการป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์

ควรมีเครื่องสำรองไฟ (UPS) เพื่อป้องกันไฟดับ ไฟกระชาก ไฟตก ไฟเกิน

ควรติดตั้งโปรแกรม Anti Virus และ Anti Spy Ware และต้องหมั่น Update อยู่เสมอเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากอินเตอร์เน็ต และควรเพิ่มการใช้การวิจารณญาณ ในการ Download ไฟล์

ถ้าจำเป็นต้องมีการแชร์ริ่งไฟล์ ควรตั้งค่า Permissions ให้อ่าน (Read) เท่านั้น

ควรตั้ง User Name และ Password ก่อนเข้าใช้เครื่อง(แต่ต้องจำให้ได้ด้วยนะ)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: