เมื่อชีวิตเริ่มที่ ต้นทุน

จากสภาพสังคมในปัจจุปันที่การแข่งขันกันในทุกแง่มุม ทั้งด้านการเรียน การแต่งกาย รถที่ขับขี่ การกินการอยู่แม้กระทั้งโทรศัพท์มือถือที่เลือกใช้ สำหรับนักศึกษาที่กำลังจะจบหรือจบใหม่ เริ่มหางานทำบางคนสบายๆเรียนจบก็มีงานรออยู่แล้วด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ หรือบางคนก็สามารถหยุดพักสมอง เที่ยวชิวๆได้ก่อน อาจด้วยฐานะทางบ้านที่พรั่งพร้อม แต่ก็ไม่น้อยครับที่ต้องทำงาน เร่งหางานเพราะด้วยภาระที่ต้องแบกอยู่ ด้วยความรับผิดชอบที่ต้องปฏิบัติ นั่นก็ถือว่าแต่ละคนมีต้นทนที่แตกต่างกัน

ด้วย ต้นทุน ที่แตกต่างกันนี้ซิที่ต้องทำให้ นักศึกษาและคนรุ่นใหม่จำเป็นต้องขวนขวาย ดิ้นรน พยายามมองไปข้างหน้า มุ่งพัฒนาตนเองอยู่เสมอๆ นักศึกษาหลายคนที่ต้องกู้ กยศ. (กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา) ยิ่งต้องพึงระวังให้มาก เพราะกว่าจะเรียนจบคุณมีต้นทุนที่สูงมากกว่าคนอื่นๆเป็นหลักแสนครับ บางคนอาจมากถึง สาม หรือสี่แสนเลยทีเดียว ซึ่งต่างจากบุคคลอื่นที่พ่อแม่ ผู้ปกครองส่งให้เรียนมากมายนัก จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่นักศึกษากลุ่มนี้ต้องตระนักให้มากขึ้น ทั้งด้วยภาระต้นทุนทางการเงินที่มีอยู่ อีกทั้งยังมีต้นทุนอื่นๆในสังคมอีก หากไม่รู้จักจัดการตนเองให้ดีมีเหนื่อยแน่นอน

การจัดการกับต้นทุมที่มีอยู่ให้ดีย่อมดีกว่ามานั่งลำบากใจเมื่อต้องเผชิญกับปัญหานั้นอย่างไม่ได้เตรียมการ ต้นทุนถือเป็นความเสื่ยงชนิดหนึ่ง หากคุณรู้แล้วเข้าใจ มีความพร้อมก็สามารถรับมือได้ไม่ยาก

เอกสารประกอบ วิชาโครงการพิเศษด้านคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา

เอกสารประกอบ วิชาโครงการพิเศษด้านคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา

เรื่อง รูปแบบการเขียนรายงานวิชาโครงการพิเศษด้านคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา

  1. ส่วนประกอบของรายงานและการเรียงลำดับ

– ปกนอก

– กระดาษรองปก

– ปกใน

– ในรับรอง

– บทคัดย่อภาษาไทย

– กิตติกรรมประกาศ *

– สารบัญ

– สารบัญตาราง *

– สารบัญภาพ *

– คำนิยามศัพท์ *

– ส่วนเนื้อหา

– บรรณานุกรม

– ภาคผนวก *

– ประวัติผู้เขียน

  • หมายเหตุ: ส่วนประกอบที่มีเครื่องดอกจันอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ แล้วแต่ความเหมาะสม

1.1 ปกนอก (Cover) (เฉพาะรายงานต้นฉบับ) ให้ใช้กระดาษขาวลักษณะเดียวกันกับที่ใช้พิมพ์ตัวรายงานเป็นปกนอกพร้อมกับพิมพ์ชื่อเรื่อง ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา รหัสประจำตัว และขื่อวิชา ดังตัวอย่างในภาคผนวก

1.2 กระดาษรองปก ใช้กระดาษขาวลักษณะเดียวกันที่ใช้พิมพ์ตัวรายงาน

1.3 ปกใน มีรูปแบบเช่นเดียวกับปกนอกทุกประการ

1.4 ในรับรอง (เฉพาะรายงานฉบับสมบูรณ์) คือใบรับรองการตรวจสอบและอนุมัติรายงาน (ดูตัวอย่างในภาคผนวก)

1.5 บทคัดย่อ ประกอบด้วยขื่อหัวข้อพิเศษฯ ชื่อนักศึกษา ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา ระดับการศึกษาไทย พ.ศ. ดังตัวอย่างในภาคผนวก

1.6 กิตติกรรมประกาศ ใช้เมื่อต้องการกล่าวขอบคุณบุคคลที่มีส่วนช่วยเหลือในการศึกษา

1.7 สารบัญ รายการแสดงเลขที่หน้าของ บทคัดย่อ สารบัญ กิตติกรรมประกาศ บทต่างๆ ในส่วนเนื้อหา บรรณนุกรม ฯลฯ โดยใช้ตัวอักษร พยัญชนะไทย นับจากหน้าบทคัดย่อภาษาไทย เป็นต้นไป

1.8 ส่วนเนื้อหา ควรประกอบไปด้วย บทนำ บทที่เกี่ยวกับเนื้อหาหลัก (อาจจะมีมากกว่า 1 บท) และบทสรุปในส่วนของเนื้อหาหลักควรประกอบไปด้วยส่วนที่สรุปแนวคิด ทฤษฎี แผนการดำเนินการศึกษา ส่วนที่เป็นผลการศึกษา และส่วนวิเคราะห์ผลที่ได้จาการศึกษา โดยทั้งหมดควรมีความยาวไม่ต่ำกว่า 20 หน้า

1.9 บรรณานุกรม รายชื่อหนังสือหรือเอกสารอ้างอิงที่นำมาใช้ในการเขียนรายงาน

1.10 ภาคผนวก เป็นส่วนที่อาจใช้ในการให้ข้อมูลเสริมเพื่อให้ผู้อ่านมีความเข้าใจเนื้อหาหลักจองรายงานได้ดีขึ้น หรืออาจะเป็นส่วนที่รวบรวมข้อมูลที่ถูกอ้างอิงในส่วนของเนื้อหาหลักก็ได้

1.11 ประวัติผู้เขียน ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เขียน โดยอาจประกอบด้วย คำนำหน้าชื่อ นาย/นาง/นางสาว ยศฐานันดรศักดิ์ ราชทินนาม ตามด้วยชื่อ วัน เดือน ปี และสถานที่เกิด ประวัติการศึกษา และการทำงาน

  1. รูปแบบการพิมพ์รายงาน

2.1 ใช้กระดาษสีขาวไม่มีเส้น ขนาด A4 และใช้เพียงหน้าเดียว

2.2 ตัวพิมพ์ ให้ใช้หมึกสีดำ โดยการพิมพ์บทที่ ให้ใช้ตัวอักษรสีดำขนาด 22 พอยท์ โดยไม่ต้องใส่เลขหน้า และการพิมพ์หัวข้อเรื่องที่อยู่รองจากบทที่ ให้ใช้ตัวอักษรขนาด 20 พอยท์ ส่วนการพิมพ์เนื้อเรื่องให้ใช้ตัวอักษรขนาด16 พอยท์ ยกเว้นหัวข้อหลักขนาด 18 พอยท์ เป็นแบบเดียวกันตลอดทั้งเล่ม

2.3 การเว้นระยะห่างจากริมกระดาษ

– ด้านบนห่างจากขอบกระดาษ 1.5 นิ้ว

– ด้านล่างห่างจากขอบกระดาษ 1 นิ้ว

– ด้านซ้ายมือห่างจากขอบกระดาษ 1.5 นิ้ว

– ด้านขวามือห่างจากขอบกระดาษ 1 นิ้ว

2.4 การลำดับหน้า ให้ใช้ตัวเลขอารบิคเรียงตามลำดับโดยเริ่มนับจากหน้าบทนำ ภาษาไทย พิมพ์ไว้ด้านขวา ส่วนบนของแต่ละหน้า

  1. การอ้างอิงและเขียนบรรณานุกรม

ให้ยึดตามเกณฑ์ที่ใช้ในการเขียนวิทยานิพนธ์เป็นหลัก

3G 4G เร็วแรงจริงหรือ

จากการเปิดประมูล ระบบ 3G โดย กสทช. ที่ผ่านไป ผู้ให้บริการเครือข่ายแต่ละค่ายได้พยายามโฆษณาถึงความพร้อมในการบริการ แสดงให้เห็นถึงความเร็ว แรง ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการอย่างกว้างขวางและเพียพอกับปริมาณการใช้ของผู้บริโภค รองการการใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาล ทั้งเพื่อการศึกษา ดูหนัง ฟังเพลง แชร์ ข้อมูลส่วนตัว เรื่องราวต่างๆที่พบเจอ สามารถใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา

จากระบบ GSM พัฒนาบนคลื่นความถี่ 850, 900 และ 1800 MHz ในระบบ 2G ที่ผ่านมา สามารถรับ-ส่งข้อมูลได้มากพอสมควร ในรูปแบบ GPRS และ EDGE

มาตรฐาน 3G 2100 MHz มีความสามารถสูงสุดในการรับ-ส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงสุดถึง 42 Mbps แต่ด้วยระบบที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันสามารถให้ความเร็วมากน้อยเพียงใด เร็ว แรง ตามที่มาตรฐานได้กำหนดไว้หรือไม่ ไม่เลย ในความเป็นจริง ทำความเร็วได้ไม่ถึงครึ่ง 21 Mbps ยังไม่ได้เลย แล้วจะได้อะไรกับการให้บริการ การโฆษณาว่าพร้อม

ทำไม่ 3G ถึงได้ไม่ เร็ว แรง อย่างที่คิด

ระบบ 3G ที่มีใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ให้บริการเครือข่ายคลื่่นความถี่ค่านต่างๆยังคงให้บริการในคลื่นความถี่เดิม

  • AIS        คลื่นความถี่  900,  1800 MHz   ความกว้างของคลื่น 5MHz
  • DTAC    คลื่นความถี่  850 MHz               ความกว้างของคลื่น 10MHz
  • Truemove H คลื่นความถี่  850 MHz    ความกว้างของคลื่น 15MHz
  • TOT3G คลื่นความถี่  2100 MHz             ความกว้างของคลื่น 15MHz   *เป็นรายเดียวที่ใช้คลื่นความถี่ 2100 MHz ตั้งแต่เริ่ม แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่มากพอ

การให้บริการ ระบบ 3G บนคลื่นความถี่เดิมสามารถกระทำได้ตามระบบ แต่ความเร็วที่ได้ไม่เสถียนพอ ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้  ระยะห่างจากเสาสัญญาณ ยังไม่เพียงพอ ไม่ครอบคลุ่มพื้นที่ให้บริการมากพอ

เมื่อมาตรฐานที่ถูกกำหนด ไม่ได้ถูกบังคับใช้อย่างจริงจังจาก กสทช. ผู้บริโภคทั้งหลายๆก็ต้องถูกเอาเปรียบกันต่อไป อัตราค่าบริการก็ไม่ได้ถูกลงสักเท่าไหร มาตรฐานใหม่ก็กำลังได้รับการพัฒนา มีการนำเข้ามาใช้ทั้งๆที่ยังไม่พร้อม แต่การโฆษณาชวนเชื่อ ได้กระทำไปแล้ว ผู้บริโภคก็เชื่อๆกันไปตามคำโฆษณา กสทช. ก็ไม่บังคับใช้กฎระเบียบ การเอาเปรียบผู้บริโภคด้วยการสร้างภาพก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาตรฐานใหม่ที่ว่าก็คือ 4G (4G LTE) ผู้ให้บริการบางรายก็โฆษณาถึงความพร้อมอีกแล้ว ให้บริการแล้ว เร็ว แรง แค่ไหน ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่ผู้บริโภคกลุ่มแรกๆก็ทดลองใช้กันไปแล้ว จ่ายไปแล้ว คุ้มหรือปล่าย

แอนดรอยด์ OS มหัศจรรย์

แอนดรอยด์ (Android) OS มหัศจรรย์ คือ ระบบปฏิบัติการที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในแบบที่เรียกว่า สมาร์ตโฟน (Smart phone) หรือแท็บเล็ต (Tablet) เป็นระบบปฏิบัติการที่มีพื้นฐานอยู่บนลินุกซ์ ถูกออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้จอสัมผัส ส่งผลให้ความสามารถของโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นต่างๆที่รองรับเพิ่มขีดความสามารถได้อย่างน่าทึ่ง เป็นระบบปฏิบัติการที่มีผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นขึ้นมาพร้อมใช้งานอย่างแพร่หลาย มีหลากหลายความสามารถที่เพิ่มเติมให้โทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งในรุ่นก่อนๆไมม่มี ทำไม่ได้ ให้ดูมีชีวิตชีวา การใช้งานก็ง่ายมากๆ เพียงผู้ใช้มีอีเมลของ กูเกิ้ล (Google) ก็สามารถสมัครเข้าใช้งานได้แบบฟรีๆ บางแอปพลิเคชั่นอาจต้องซื้อ แต่อแปพลิเคชั่นจำนวนไม่น้อยที่ผู้พัฒนาได้ให้ผู้ใช้สามารถโหลดใช้ได้เลย

แอนดรอยด์ ถือกำเนิดเมื่อเดือน ตุลาคม ปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ.2003) Andy Rubin ได้ก่อตั้งบริษัท แอนดรอยด์ (Android, Inc.) พร้อมกับเพื่อนร่วมงานที่ถือว่ามีความสามารถแตกต่างกันออกไปในแต่ละด้าน ต่อมา กูเกิล ได้ทำการซื้อต่อบริษัทในปี พ.ศ. 2548 ร่วมกันพัฒนามาเรื่อยจนเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2550 โทรศัพท์มือถือรุ่นแรก ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ ก็ได้ออกวางจำหน่าย ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ คือ HTC Dream ออกวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2551 และได้รับการยอมรับมาจนถึงปัจจุบัน
android

           ด้วยชื่อรุ่นที่ตั้งตามชื่อขนมหวานน่ารับประทาน แต่ไม่ต้องกลัวอ้วนใช้เยอะๆใช้ยังไงก้ไม่อ้วน รุ่นพัฒนาของแอนดรอยด์จะใช้รหัสชื่อเป็นชื่อขนมหวาน โดยมีตัวอักษรขึ้นต้นเรียงลำดับกัน

รุ่น ชื่อเล่น API Level ลินุกซ์ เคอร์เนล เปิดตัว
1.0 1 23 กันยายน 2551
1.1 2 9 กุมภาพันธ์ 2552
1.5 Cupcake (คัพเค้ก) 3 2.6.27 30 เมษายน 2552[6]
1.6 Donut (โดนัท) 4 2.6.29 15 สิงหาคม 2552 (SDK)
2.0 Eclair (เอแคลร์) 5 2.6.29 26 ตุลาคม 2552[7]
2.0.1 Eclair (เอแคลร์) 6 2.6.29 3 ธันวาคม 2552
2.1 Eclair (เอแคลร์) 7 2.6.29 12 มกราคม 2553 (SDK) [8]
2.2 Froyo (โฟรซเซนโยเกิร์ต) 8 2.6.32[9] 20 พฤษภาคม 2553 (SDK)
2.3 Gingerbread (ขนมปังขิง) 9 2.6.35[10] 6 ธันวาคม 2553 (SDK)
2.3.3 Gingerbread (ขนมปังขิง) 10 2.6.35 9 กุมภาพันธ์ 2554 (SDK)
3.0 Honeycomb (รวงผึ้ง) 11 2.6.36[11] 22 กุมภาพันธ์ 2554 (SDK)
3.1 Honeycomb (รวงผึ้ง) 12 2.6.36 10 พฤษภาคม 2554 (SDK)
3.2 Honeycomb (รวงผึ้ง) 13 2.6.36 15 กรกฎาคม 2554 (SDK)
4.0 Ice Cream Sandwich (แซนด์วิชไอศกรีม) 14 3.0.1[12] 19 ตุลาคม 2554 (SDK)
4.0.3 Ice Cream Sandwich (แซนด์วิชไอศกรีม) 15 16 ธันวาคม 2554 (SDK)
4.1 Jelly Bean (เจลลีบีน) 16 3.0.31 28 มิถุนายน 2555
4.2 Jelly Bean (เจลลีบีน) 17 3.4.0 29 ตุลาคม 2555
4.3 Jelly Bean (เจลลีบีน) 18 3.4.0 24 กรกฎาคม 2556

ส่วนแบ่งทางการตลาดของแอนดรอยด์

android 01

ที่มา : IDC Worldwide Quarterly Mobile Phone Tracker, May 2013.

จากภาพแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าส่วนแบ่งทางการตลาดของแอนดรอยด์สูงมากถึง 79.30% ฉีกหนีเจ้าแห่งการตลาดอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิ้ล  (iOS from Apple) ซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพียง 13.20% หรือแม้แต่วินโดว์เองก็ทำได้เพียงแค่ 2.90% แต่ที่น่าเสียดายกับการที่ผลของส่วนแบ่งจากโนเกียอย่าง ซิมเบี้ยนเองที่มีเพียง 0.20% แทบจะเป็นการล้นหายตายจากกัลไปเลยที่เดียว และหากมองไปให้ไกลกว่านี้ จากการเป็นที่ยอมรับของ แอนดรอย์ ซึ่งสามารถรองรับกับโทรศัพท์และแท็บเล็ตหลากหลานรุ่นแล้ว แน่นอนครับว่าอนาคตของแอนดรอยด์ยังสดใส พร้อมทยานไปได้อีกไกล

ด้วยจำนวนสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้กว้างขวางมากขึ้น และที่สำคัญการที่แอนดรอยด์สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลายนี้เองที่ส่งผลให้ส่วนแบ่งทางการตลาดมีโอกาสที่สดใสรออยู่ข้างหน้า และที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันนั่นก็คือการที่แอนดรอยด์มีแอปพลิเคชั่นที่มีผู้ร่วมพัฒนาหลายแสนแอปพลิเคชั่น ผู้ใช้สามารถเลือกโหลดมาทดลองใช้งานได้ง่ายและฟรีอีดด้วย ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้ตลาดผู้นิยมใช้ แอนดรอยด์ เพิ่มสูงมากขึ้นอย่างแน่นอน

ทางข้างหน้า

ในการเดินทางแต่ละครั้ง จำเป็นอย่างยิ่งที่เราควรจะต้องศึกษาเส้นทางให้ดีพอสมควรก่อนการเดินทางทุกครั้ง  ยิ่งหากเป็นเส้นทางที่เราไม่เคยไปมาก่อนจึงควรต้องศึกษาเส้นทางก่อนเสมอ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

จำลองและจัดการ OS ด้วย VmWare

โปรแกรม VMware เป็นโปรแกรมซึ่งใช้ในการสร้าง Virtual Machine (VM) หรือการสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือนถือว่าเป็นการสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมาอีกเครื่อง(หรือหลายๆเครื่อง ถ้าแรมมากพอ)ภายในเครื่องของเราเองจึงทำให้เราสามารถทดลองใช้งาน OS หรือโปรแกรมอื่นๆที่เราสนใจโดยไม่ต้องทำการ format เครื่องคอมพวิเตอร์ หรือใช้ PC อีกเครื่องหนึ่งมาเพื่อทดสอบระบบที่เราสนใจและ VM ที่กำลังมีการใช้งานอยู่บน VMware นั้นสามารถที่จะนำมาใช้งานภายนอกได้จริงในทันที(โดยใช้การ Bridge(Default) หรือ NAT ออกมาที่ Host ที่ได้ทำการ Run VMware อยู่) ดังนั้นประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของ VMware คือ สามารถทำ
การจำลองการทำงานของระบบ Network ได้โดยใช้คอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว

มาทดลองการตั้งค่าอย่างง่ายกันเลยครับ

1.  หลังจากเปิดโปรแกรม VMware มาแล้วจะได้ดังภาพข้องล่าง

vmWare01

2.  คลิ๊กเลือกที่เมนู Create a New Virtural Machine

vmWare02

3.  ให้เลือกแบบ Typical

vmWare03

4. โปรแกรมจะให้เลือก Operating system ที่ต้องการติดตั้ง

             หากต้องการติดตั้งเลยก็ ใส่แผ่น Disk ของ OS ที่ต้องารติดตั้งได้เลยครับ หรืออาจเลือกไฟล์แบบ ISO ก็ได้ แต่ตอนนี้ผลเลือกแบบ มาติดตั้ง OS ในภายหลัง

vmWare04

5.  โปรแกรมให้เลือกการจัดการ CPU สามารถเลือกซีพียูได้ 1-4 ตัว และเลือก คอร์ ได้ 1-8 คอร์เลยทีเดียว ขึ้นอยู่กัลสเปกของคอมพิวเตอร์ที่กำลังใช้งานอยู่

vmWare07

6.  หลังจากนั้นก็ทำการเลือก RAM ได้กำหนดไว้ที่ 2GB ก็น่าจะพอสำหรับการติดตั้ง Windows XP

vmWare08

7.  เข้าสู่การจัดการด้านเครือข่าย ตอนนี้ตั้งค่าให้เป็น NAT

vmWare09

8.  จากนั้นก็เข้าสู่การตั้งค่ารูปแบบของ Harddisk

vmWare10

9.  การจัดการ Harddisk

vmWare11

10. เลือกรูปแบบ Harddisk เป็น IDE

vmWare12

11.  กำหนดขนาด Harddisk เป็น 40 GB

vmWare1312. บันทึกไฟล์ระบบปฏิบัติการ เป็น Windows XP Pro….. หรืออะไรก็ได้
vmWare06

13.  เสร็จสิ้นการตั้งค่าต่างๆ
vmWare15
14.  กลับมาหน้าแรก คลิ๊กที่ Windows XP Pro…. ที่ได้ตั้งค่าไว้ในตอนแรก หากต้องการปรับเปลี่ยนค่า ก็สามารถคลิ๊กที่เมนู Edit virtual machine setting ก็สามารถปรับเปลี่ยนขนาดของ CPU, RAM, Harddisk ได้ตามความต้องการ

vmWare16

เป็นอันเรียบร้อบในการเข้าจัดการ VMware เพื่อกันติดตั้ง OS อื่นๆก็สามารถทำได้ในรูปแบบที่ไกล้เคียงกัน

แนวข้อสอบกลางภาค

ให้นักศึกษาเขียนอธิบายเพื่อตอบคำถาม อาจมีการวาดภาพประกอบเพื่อแสดงให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นได้ตามความเหมาะสม

เนื้อหา ประกอบไปด้วย

1. โครงสร้างของ CPU

2. เทคโนโลยยการผลิต CPU ทั้ง AMD และ INTEL

3. ความสัมพันธ์ของชิ้นส่วนของคอมพิวเตอร์หลัก